เกมส์ไฮโลออนไลน์ เรือแม่นโทษดับสิงห์4-3ซิวแชมป์คาราบาวคัพ

เกมส์ไฮโลออนไลน์

แมนฯ ซิตี้ ผงาดคว้าแชมป์คาราบาว คัพ 2019 ไปครองหลังดวลจุดโทษชนะ เชลซี 4-3 โดยในเวลา 120 นาทีทำอะไรกันไม่ได้

ฟุตบอลคาราบาว คัพ รอบชิงชนะเลิศ

เชลซี 0 – แมนฯ ซิตี้ 0

(ต่อเวลา 120 นาทีเสมอกัน 0-0, แมนฯ ซิตี้ ชนะจุดโทษ 4-3)

สนาม : เวมบลีย์

เกมส์ไฮโลออนไลน์ เชลซี ของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ เลือกแผนไร้หน้าเป้าเมื่อดร็อป กอนซาโล่ อีกวาอิน เป็นสำรองและให้ เอแด็น อาซาร์ ขยับไปเล่นแทนพร้อมกับมี วิลเลี่ยน และ เปโดร ขนาบข้าง ส่วนแมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จัดชุดใหญ่มี แบร์นาร์โด้ ซิลวา, เซร์คิโอ อเกวโร่ และ ราฮีม สเตอร์ลิง เป็น 3 ประสานแนวรุก

เริ่มเกมมาในช่วง 20 นาทีแรก แมนฯ ซิตี้ครองบอลได้รุกเข้าใส่ได้ต่อเนื่อง เพียงแต่จังหวะยิงเน้นๆ ยังหาไม่เจอ โดยที่เชลซีทำได้เพียงสกัดหวดทิ้งให้พ้นๆ หน้าเขตโทษ

นาที 22 แมนฯ ซิตี้หาช่องยิงจนได้เมื่อ แบร์นาร์โด้ ซิลวา โยกแล้วเปิดจากฝั่งขวาเลยไปถึง เซร์คิโอ อเกวโร่ ได้พักอกหนีตัวประกบก่อนยิงด้วยขวา แต่บอลข้ามคาน

อีก 7 นาทีถัดมา อเกวโร่ ได้ลุ้นส่องอีกครั้งเมื่อบอลต่อจาก เควิน เดอ บรอยน์ แล้วหาช่องยิงด้วยขวาจากหน้าเขตโทษ แต่บอลถากเสาออกหลังไปอีก

เกมเป็นของเรือใบสีฟ้าเต็มรูปแบบ แต่จังหวะยิงยังไม่จะแจ้งเช่นเคย นาที 43 เอมเมอริก ลาปอร์กต์ วางบอลยาวเข้าเขตโทษฝั่งขวา นิโกลัส โอตาเมนดี้ ที่เติมเกมรุกอยู่ ปาดเข้าไปล้มตัวยิงด้วยขวา แต่ก็โดนไม่เต็มนักทำให้บอลไม่แรงพอที่จะผ่านมือ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า

ทดเจ็บครึ่งแรก เชลซี หวิดมีดวงได้ประตูเมื่อได้ฟรีคิกที่ วิลเลี่ยน เปิดเข้าเขตโทษ แนวรับแมนฯ ซิตี้ กั๊กจังหวะกันเองจนบอลลอยตกใส่ นิโกลัส โอตาเมนดี้ ก่อนเด้งถากเสาออกหลังนิดเดียว เกือบเข้าประตูตัวเอง

ครึ่งหลังนาที 56 อเกวโร่ ส่งบอลตุงตาข่ายได้จากจังหวะที่ โอตาเมนดี้ ตวัดบอลมาให้ยิงในเขตโทษ แต่ลูกนี้ หัวหอกเรือใบล้ำหน้าไปนิดเดียว

อีก 11 นาทีถัดมา เชลซี มีโอกาสบ้างจากการวางยาวไปถึง เอแด็น อาซาร์ ทางฝั่งซ้ายที่ได้ล็อกหนี แว็งซ็องต์ ก็องปานี ก่อนเปิดมาหน้าประตูให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ วิ่งมายิงด้วยซ้ายระยะเพียง 6-7 หลาแต่ซัดบอลข้ามคานอย่างน่าเสียดาย

นาที 70 เชลซี ทิ้งโอกาสทองอย่างน่าเสียดายเมื่อ อาซาร์ แหวกพาบอลลุยถึงหน้าเขตโทษก่อนไหลออกขวาให้ เปโดร ได้พื้นที่โล่งๆ แบบต้องยิง ทว่าเลือกหักกลับคืนและไปติด ซินเชนโก้ ออกหลังอย่างเสียของ

ช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมไม่สามารถทำประตูกันได้ ทำให้จบ 90 นาทีเสมอกัน 0-0 ต้องลุยต่อกันในช่วงต่อเวลาพิเศษ

ช่วงต่อเวลาผ่านไป 6 นาที เชลซี ปรับเกมรุกส่ง กอนซาโล่ อีกวาอิน ลงแทน วิลเลี่ยน จากนั้นนาที 103 อาซาร์ ทำเกมกินเองหน้าเขตโทษซิตี้ แต่จังหวะยิงด้วยซ้ายซัดข้ามคานออกหลังไป

นาที 117 แมนฯ ซิตี้ เกือบได้เมื่อ สเตอร์ลิ่ง ลากขึ้นทางกราบขวาก่อนเปิดให้ อเกวโร่ ยิงจ่อๆ แต่ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ปัดได้ก่อนมีกองหลังเชลซีเคลียร์ทิ้ง ผู้เล่นเรือใบได้ซ้ำหน้าเขตโทษแต่ก็ติดบล็อกออกหลังอีก

ช่วงทดเจ็บของการต่อเวลา เชลซี จะเปลี่ยนเอา วิลลี่ กาบาเยโร่ ลงเฝ้าเสาแทนเพื่อเซฟจุดโทษ แต่ปรากฎว่า เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ไม่ยอมออกทำให้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ฉุนอย่างแรงจนเกือบเดินเข้าห้องแต่งตัว จากนั้นครบ 120 นาที ต้องไปวัดกันที่การดวลจุดโทษ

ในช่วงการดวลจุดโทษ แมนฯ ซิตี้ ยิงได้แม่นยำกว่าเข้าไป 4 คน พลาดเพียง ลีรอย ซาเน่ ส่วนเชลซีพลาด 2 คนคือ จอร์จินโญ่ กับ ดาวิด ลุยซ์ ทำให้เรือใบสีฟ้าชนะ 4-3 คว้าแชมป์ไปครองในที่สุด และเป็นแชมป์ลีก คัพ สมัยที่ 6 ของสโมสร

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

เชลซี : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, ดาวิด ลุยซ์, เอแมร์ซอน – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, รอสส์ บาร์คลี่ย์ – วิลเลี่ยน, เอแด็น อาซาร์, เปโดร

แมนฯ ซิตี้ : เอแดร์ซอน – ไคล์ วอล์คเกอร์, นิโกลัส โอตาเมนดี้, เอมเมอริก ลาปอร์กต์, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ – เควิน เดอ บรอยน์, แฟร์นันดินโญ่, ดาบิด ซิลบา – แบร์นาร์โด้ ซิลวา, เซร์คิโอ อเกวโร่, ราฮีม สเตอร์ลิง

ผู้ตัดสิน : จอน มอสส์

ทำเนียบแชมป์ลีกคัพ 10 ปีหลังสุด

2019 : แมนฯ ซิตี้ ชนะจุดโทษ เชลซี 4-3 หลังเสมอกัน 0-0

2018 : แมนฯ ซิตี้ ชนะ อาร์เซน่อล 3-0

2017 : แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 3-2

2016 : แมนฯ ซิตี้ ชนะจุดโทษ ลิเวอร์พูล 3-1 หลังเสมอกัน 1-1

2015 : เชลซี ชนะ สเปอร์ส 2-0

2014 : แมนฯ ซิตี้ ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 3-1

2013 : สวอนซี ชนะ แบรดฟอร์ด 5-0

2012 : ลิเวอร์พูล ชนะ จุดโทษคาร์ดิฟฟ์ 3-2 หลังเสมอกัน 2-2

2011 : เบอร์มิ่งแฮม ชนะ อาร์เซน่ล 2-1

2010 : แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ แอสตัน วิลล่า 2-1